แสดงความคิดเห็นต่อร่าง พรบ.

 การแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ... 
ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 7 มิถุนายน 2562

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.... เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ดังนั้น ขอความร่วมมือจากบุคลากร นักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร 

 

สรุป

หมวด 1 บททั่วไป
หมวด 2 การดำเนินการ
หมวด 3 การประกันคุณภาพและการประเมิน
หมวด 4 การบัญชีและการตรวจสอบ
หมวด 5 การกำกับดูแล
หมวด 6 ตำแหน่งทางวิชาการ
หมวด 7 ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
หมวด 8 บทกำหนดโทษ
             บทเฉพาะกาล

>> สำหรับนิสิตและบุคลากร

บทนำ

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

1

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ....”

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

 

2

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

3

ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2533
(2) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่ 

4

ในพระราชบัญญัตินี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนเรศวร
“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยนเรศวร
“พนักงานมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยนเรศวร
“ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พนักงานราชการ และลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่ 

5

ให้มหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 เป็นมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล

            มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่ 

 

6

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่ 

 

หมวด 1 : บททั่วไป

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

7

ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ จัดการศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ให้บริการวิชาการแก่สังคม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

          มหาวิทยาลัยมีปณิธานมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ มุ่งพัฒนานิสิตให้ เป็นคนดี คนเก่ง มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลก

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

8

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 ให้มหาวิทยาลัยยึดหลักการ ดังต่อไปนี้
(1) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
(2) หลักความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
(3) หลักความมีเสรีภาพทางวิชาการ โดยมีมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการอันเป็นที่ยอมรับควบคู่ไปกับความมีคุณธรรมและจริยธรรม
(4) หลักการนำความรู้สู่ชุมชน และสังคม
(5) หลักความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ
(6) หลักการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
(7) หลักการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล
(8) หลักการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยและนิสิต

 แสดงความคิดเห็น

9

มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน ดังต่อไปนี้
(1) สานักงาน
(2) คณะ
(3) วิทยาลัย
(4) สถาบัน
มหาวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักงาน คณะ วิทยาลัย หรือสถาบัน  เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 อีกได้

 แสดงความคิดเห็น

10

การจัดตั้ง การรวม การเปลี่ยนแปลง การยุบเลิกส่วนงานและการแบ่งส่วนงานตามมาตรา 9 ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในกรณีการจัดตั้งและการรวมส่วนงาน ให้กำหนดฐานะและภาระหน้าที่ของส่วนงานนั้นด้วย
          การแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
          การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องคำนึงถึงคุณภาพทางวิชาการ ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ การลดความซ้ำซ้อน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเป็นสำคัญ

 แสดงความคิดเห็น

11

ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 มหาวิทยาลัยอาจรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยได้ และมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบนั้นได้
           การรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบซึ่งสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การควบคุมสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่เข้าสมทบในมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

 

12

ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 มหาวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาหรือดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง สถาบัน หรือสถาบันวิจัยอื่นในประเทศหรือต่างประเทศหรือขององค์การระหว่างประเทศได้ โดยในการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งหรือชั้นใดร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง สถาบัน หรือสถาบันวิจัยอื่นนั้นแก่ผู้สำเร็จการศึกษาได้
          การจัดการศึกษาหรือการยกเลิกการจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

13

กิจการของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยต้องได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

 แสดงความคิดเห็น

14

มหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่กระทำการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในมาตรา 7 อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) ซื้อ ขาย จ้าง รับจ้าง สร้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ จำหน่าย และแลกเปลี่ยน หรือทำนิติกรรมใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของมหาวิทยาลัย ตลอดจนถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ในทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย และจำหน่ายทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้
          การจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ของมหาวิทยาลัย ให้กระทำได้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตามมาตรา 17 ที่มีวัตถุประสงค์ให้จำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนได้
(2) ดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม หรือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการให้การศึกษาและบริการทางวิชาการ
(3) รับค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ และค่าบริการในการให้บริการภายในอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการนั้น
(4) ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน หรือกับองค์การหรือหน่วยงานต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7
(5) กู้ยืมเงินและให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน และลงทุนหรือร่วมลงทุน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของมหาวิทยาลัย
           การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน การลงทุน หรือการร่วมลงทุน ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินวงเงินที่รัฐมนตรีกำหนดต้องได้รับความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีก่อน
(6) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(7) กำหนดค่าตอบแทนหรือค่าตอบแทนพิเศษ รวมทั้งสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และประโยชน์อย่างอื่นให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
(8) จัดให้มีกองทุนเพื่อกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(9) จัดให้มีการพัฒนาทางวิชาการและพัฒนาผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
(10) ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา จัดการ ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยและที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ
(11) จัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล รวมตลอดถึงลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด เพื่อดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของมหาวิทยาลัยหรือนำผลการค้นคว้าวิจัยไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์เพื่อเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย
           หลักเกณฑ์และวิธีดำเนินงานตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

15

รายได้ของมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้
(1) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
(2) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
(3) เงินกองทุนที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น และรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว
(4) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ ค่าบริการต่าง ๆ และเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บตามอำนาจหน้าที่ หรือที่ได้จากสัญญาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
(5) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนหรือการร่วมลงทุนและจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(6) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ที่ราชพัสดุหรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล ใช้ หรือจัดหาประโยชน์ รวมถึงที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
(7) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น
           เงินอุดหนุนทั่วไปตาม (1) นั้น รัฐบาลพึงจัดสรรให้แก่มหาวิทยาลัยโดยตรงเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย และในการพัฒนาการอุดมศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพของการศึกษาให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำได้
           ในกรณีที่รัฐบาลได้ปรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดให้แก่ข้าราชการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัยด้วย
           รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น
           ในกรณีที่รายได้ตามวรรคหนึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยและค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม และมหาวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินจากแหล่งอื่นได้ รัฐบาลพึงจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยตามความจำเป็นของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

16

มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและนิสิตซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียนจนสำเร็จปริญญาตรี
           หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาว่าผู้ใดขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

 

17

บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย หรือได้มาโดยวิธีอื่น ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุและให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

18

ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่ใช้เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมโดยตรงไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดีทั้งปวง รวมทั้งการบังคับทางปกครอง
           บุคคลใดจะยกอายุความหรือระยะเวลาในการครอบครองขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับมหาวิทยาลัยในเรื่องทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยมิได้

 แสดงความคิดเห็น

19

บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยต้องจัดการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยตามมาตรา 7 
            เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัยต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้อุทิศให้กำหนดไว้ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว ต้องได้รับความยินยอมจากผู้อุทิศให้หรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือทายาทไม่ปรากฏต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น

หมวด 2 : การดำเนินการ

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

20

ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(1) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(2) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิการบดี ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย ประธานสภาพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
(3) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสามคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(4) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสองคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ตั้งแต่รองศาสตราจารย์ขึ้นไป
(5) กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งคน ซึ่งอธิการบดีเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี
(6) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนแปดคน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้
หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ให้สรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจากรายชื่อที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอจำนวนหนึ่งคน
หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (1) (3) (4) และ (6) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

21

นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 20(3) (4) และ (6) มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี อาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 20(2) (3) (4) (5) และ (6) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) เป็นบุคคลล้มละลาย
(6) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ
(7) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หรือได้มีการดำเนินการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่แล้ว

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

22

สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(1) กำหนดเป้าหมาย วางนโยบาย และแนวทางในการพัฒนาของมหาวิทยาลัยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(2) ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย และอาจมอบหมายให้มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศสำหรับส่วนงานนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้
(3) กำหนดกรอบอัตรากำลัง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่าตอบแทนพิเศษ รวมทั้งสวัสดิการและประโยชน์อย่างอื่น ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย รวมถึงเงินอื่นใดที่เกี่ยวข้องสำหรับตำแหน่งดังกล่าว ทั้งเงินงบประมาณแผ่นดิน และเงินนอกงบประมาณ
(4) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย
(5) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(6) อนุมัติการจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา 9 และการจัดตั้ง การรวม การแบ่ง หรือการยุบเลิกหน่วยงานภายในของส่วนงานดังกล่าว
(7) อนุมัติการจัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลหรือยกเลิกนิติบุคคล
(8) กำหนดนโยบาย และวิธีการเกี่ยวกับการจัดหารายได้ จัดหาแหล่งทุนและทรัพยากรอื่น
(9) อนุมัติการกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน การลงทุน หรือการร่วมลงทุน
(10) อนุมัติการตั้งงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายของมหาวิทยาลัย อนุมัติการรับเข้าสมทบ การจัดการศึกษาร่วม หรือการยกเลิกการสมทบ การยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมของสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่น การอนุมัติหลักสูตรการศึกษาและการเปิดสอนรวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวม หรือการยกเลิกหลักสูตรการศึกษา

(11) อนุมัติการให้ปริญญา ประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิต ประกาศนียบัตรมหาบัณฑิต ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา และประกาศนียบัตร ทั้งของมหาวิทยาลัยและที่มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่น รวมทั้งอนุมัติการให้ปริญญากิตติมศักดิ์
(12) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และพิจารณาถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ
(13) แต่งตั้งและถอดถอนกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 20 (2) (3) (4) และ (5)
(14) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9 (1) (2) (3) และ (4)
(15) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(16) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9
(17) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใดๆอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งมอบอำนาจให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือบุคคลดังกล่าวทำการแทน แล้วรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ
(18) รับรองรายงานประจำปีของมหาวิทยาลัยและเสนอรายงานนั้นต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบ
(19) สร้างเสริมและตรวจสอบการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
(20) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของส่วนงานใดหรือของผู้ใดโดยเฉพาะ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

23

การประชุมและวิธีดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

24

ให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาวิชาการให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ให้อธิการบดีเป็นประธานสภาวิชาการ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

25

สภาวิชาการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะการกําหนดนโยบาย และแผนพัฒนางานวิชาการของมหาวิทยาลัยต่ออธิการบดี
(2) กําหนดและกํากับดูแลคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการของมหาวิทยาลัย
(3) พิจารณาให้ความเห็นแก่สภามหาวิทยาลัยในเรื่องเกี่ยวกับงานวิชาการของมหาวิทยาลัย
(4) กลั่นกรองและเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยในการอนุมัติหลักสูตรการศึกษาและการเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวม และการยกเลิกหลักสูตรการศึกษา
(5) เสนอแนะการรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นและการจัดการศึกษาร่วมหรือการยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง สถาบัน หรือสถาบันวิจัยอื่นต่อสภามหาวิทยาลัย
(6) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาการ
(7) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการของมหาวิทยาลัยตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

26

ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งเลือกกันเองจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

27

สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะและให้คําปรึกษาแก่สภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีในการบริหารกิจการทั้งปวงของมหาวิทยาลัย
(2) ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และผดุงเกียรติของคณาจารย์
(3) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับคณาจารย์ประจํา ระหว่างคณาจารย์ประจําด้วยกัน และระหว่างคณาจารย์ประจํากับผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยซึ่งมิใช่คณาจารย์ประจํา
(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

28

ให้มีสภาพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งเลือกกันเองจากพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

29

สภาพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะและให้คําปรึกษาแก่สภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีในการบริหารกิจการทั้งปวงของมหาวิทยาลัย
(2) ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และผดุงเกียรติของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน
(3) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และระหว่างผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยด้วยกัน
(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

30

ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยประธานและกรรมการ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัยในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย และสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

31

ให้มีคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(1) อธิการบดี เป็นประธาน
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9 (1) (2) (3) และ (4) ประธานสภาคณาจารย์ และประธานสภาพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน
ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยและจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการดังกล่าวด้วยก็ได้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

32

คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแผนพัฒนามหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(2) พิจารณาและกลั่นกรองข้อบังคับ ระเบียบและประกาศของมหาวิทยาลัย
(3) พิจารณาเกี่ยวกับการจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๙ และการจัดตั้ง การรวม การแบ่ง หรือการยุบเลิกหน่วยงานภายในของส่วนงานดังกล่าวต่อสภามหาวิทยาลัย
(4) พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารมหาวิทยาลัยรวมทั้งการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่อธิการบดี
(5) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย
(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย
การประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

33

ให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง
จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดํารงตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่งของประธานและกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ วิธีการอุทธรณ์และร้องทุกข์ วิธีพิจารณาการอุทธรณ์และร้องทุกข์ และการกําหนดหลักประกันความเป็นธรรมเพื่อคุ้มครองผู้ร้องทุกข์มิให้ถูกกลั่นแกล้งหรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการร้องทุกข์ ตลอดจนการประชุมและวิธีดําเนินงานของคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

 

34

คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คําสั่งลงโทษทางวินัย
(2) พิจารณาวินิจฉัยเรื่องที่ผู้ร้องทุกข์ถูกสั่งให้ออกจากงาน หรือผู้ร้องทุกข์ได้รับความเดือดร้อน
เนื่องจากผู้บังคับบัญชาใช้อํานาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่เป็นธรรม

แสดงความคิดห็น ได้ที่นี่

35

ให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลประจำมหาวิทยาลัย คณะกรรมการบริหารงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน คณะกรรมการจรรยาบรรณ คณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม คณะกรรมการส่งเสริมการให้บริการวิชาการแก่สังคม คณะกรรมการส่งเสริมการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการนิสิต
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

36

ให้มีคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ ประกอบด้วย ประธานและกรรมการซึ่งดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ทำหน้าที่พิจารณาการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการเพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัย
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

37

ให้มหาวิทยาลัยกําหนดให้มีตําแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ เชี่ยวชาญ ชำนาญการพิเศษ ชำนาญการ ปฏิบัติการ และตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ หรือตําแหน่งอื่นซึ่งเป็นตําแหน่งเฉพาะตัวสําหรับพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ มีผลงาน และมีคุณภาพของงานในหน้าที่ที่แสดงถึงการใช้วิชาชีพหรือระดับความสามารถ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การกําหนดตําแหน่ง และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่ง
ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

38

ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย และจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายให้ก็ได้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

39

อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย จากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 42
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
รองอธิการบดีนั้น ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งของมาตรา 42 รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ผู้ช่วยอธิการบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งของมาตรา 42 รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

40

อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9 (1) (2) (3) และ (4) จะแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย หรือผู้ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก็ได้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

41

อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 42
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) เป็นบุคคลล้มละลาย
(6) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
(7) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

42

อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดม ศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
(2) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี
นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

43

อธิการบดีเป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั้งปวง และให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย ในการนี้ให้มีอำนาจออกคำสั่ง และประกาศได้
(2) บริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย
(3) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(4) กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9
(5) แต่งตั้งและถอดถอน ผู้ช่วยอธิการบดี รองและผู้ช่วยของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9 (1) (2) (3) และ (4) และอาจารย์พิเศษ
(6) จัดทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัยและปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
(7) จัดหารายได้และทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(8) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(9) จัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(10) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัยหรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

44

ในกรณีที่อธิการบดีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี หรือไม่มีผู้รักษาการแทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง หรือ มีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 เป็นผู้รักษาการแทน
ให้ผู้รักษาการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

45

ในส่วนงานตามมาตรา 9 (2) ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของส่วนงานนั้น และจะให้มีรองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดี หรือจะมีทั้งรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมายก็ได้
คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
คณบดีนั้น ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งของมาตรา 42 รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติอื่น และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งของมาตรา 42 รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติอื่น และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณบดี รองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดีให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
การรักษาการแทนคณบดี ให้นำมาตรา 44 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

46

ในส่วนงานตามมาตรา 9 (1) (2) (3) และ (4) ให้มีคณะกรรมการประจำส่วนงานนั้น
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการประจำส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

47

คณะกรรมการประจำส่วนงานตามมาตรา 9(1) (2) (3) และ (4) มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) กำหนดเป้าหมาย วางนโยบาย และแผนงานของส่วนงานให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
(2) พิจารณาออกระเบียบและประกาศของส่วนงาน ทั้งนี้ โดยไม่ขัดต่อข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย รวมทั้งออกระเบียบและประกาศอื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย
(3) พิจารณาหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของส่วนงานเสนอสภาวิชาการ เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(4) วางหลักเกณฑ์และกำกับดูแล การจัดการเรียนการสอน การวัดผล การทำวิทยานิพนธ์ การฝึกงานหรือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพหรือสหกิจศึกษา และควบคุมมาตรฐานการศึกษาของส่วนงาน
(5) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อคณบดี
(6) พิจารณางบประมาณของส่วนงานเพื่อเสนออธิการบดี
(7) พิจารณาการนำเสนอเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ในส่วนงานต่อมหาวิทยาลัย
(8) กำกับดูแลการบริหารบุคคล การเงิน การคลัง การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินของส่วนงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย
(9) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประจำส่วนงาน
(10) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

48

ในกรณีที่มีการแบ่งภาควิชาหรือสาขาวิชา หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือสาขาวิชา ให้มีหัวหน้าภาควิชาหรือ หัวหน้าสาขาวิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าภาควิชาหรือสาขาวิชา เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของภาควิชา หรือสาขาวิชา หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือสาขาวิชา
หัวหน้าภาควิชาหรือสาขาวิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชามีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปีและอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
เมื่อหัวหน้าภาควิชาหรือสาขาวิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาพ้นจากตำแหน่งให้รองหัวหน้าภาควิชาหรือรองหัวหน้าสาขาวิชาหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาพ้นจากตำแหน่งด้วย
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่งของ
หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าสาขาวิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือสาขาวิชา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

49

ในส่วนงานตามมาตรา 9 (1) (3) และ (4) ให้มีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารของส่วนงานนั้น
วิธีดำเนินงานของส่วนงาน และการแต่งตั้งผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

50

ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9
ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา และจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้
ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว ให้รักษาการแทนตำแหน่งอื่นได้อีกเพียงหนึ่งตำแหน่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

51

นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การรักษาการแทน การมอบอํานาจให้ปฏิบัติการแทน ตลอดจนการมอบอํานาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ในกรณีที่มีกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหรือกําหนดให้ผู้ดํารงตําแหน่งใดเป็นกรรมการ อนุกรรมการ หรือมีอํานาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาการแทน หรือผู้ปฏิบัติการแทนทําหน้าที่กรรมการ อนุกรรมการ หรือมีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดํารงตําแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการแทนหรือปฏิบัติการแทนด้วย แล้วแต่กรณี เว้นแต่ผู้มอบอํานาจจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นในคําสั่งมอบอํานาจ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

หมวด 3 : การประกันคุณภาพและการประเมิน

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

52

ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัย แล้วเสนอรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

53

เมื่อครบสี่ปีนับแต่วันจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยตามมาตรา 9 ให้มหาวิทยาลัย
จัดให้มีการประเมินส่วนงานดังกล่าว โดยผู้ประเมินซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย แล้วเสนอรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
การประเมินส่วนงานตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยให้ใช้หลักการตามมาตรา 8 และนโยบายที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดตามมาตรา 22 (1) เป็นเกณฑ์ในการประเมิน โดยอาจหาข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นิสิต ศิษย์เก่า บุคคลที่เป็นนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาของศิษย์เก่าและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย
รายงานตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุด้วยว่าส่วนงานดังกล่าวควรปรับปรุงการดําเนินการใดหรือควรมีส่วนงานนั้นหรือหน่วยงานภายในของส่วนงานนั้นต่อไปหรือไม่ด้วย
ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินส่วนงานตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

54

ให้สภาวิชาการจัดให้มีการประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียนการสอน ความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ และการวัดผลตามหลักสูตรนั้น แล้วเสนอรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียนการสอน ความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ และการวัดผลตามหลักสูตรนั้นตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

55

ให้สภามหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9 แล้วเสนอรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

56

ให้อธิการบดีจัดให้มีการประเมินการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

หมวด 4 : การบัญชีและการตรวจสอบ

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

57

ให้มหาวิทยาลัยวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง แยกตามส่วนงานของมหาวิทยาลัย เป็นไปตามหลักการควบคุมภายในที่ดี มีสมุดบัญชีลงรายการแยกตามประเภทของสินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้นๆ และให้มีการตรวจสอบภายในเป็นประจำ
การบันทึกรายการในสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

58

มหาวิทยาลัยต้องจัดให้มีระบบการตรวจสอบภายในเพื่อตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย และรายงานผลการตรวจสอบต่อนายกสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
การตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบประจำมหาวิทยาลัยซึ่งแต่งตั้งโดยสภามหาวิทยาลัย
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบประจำมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

59

 ให้มหาวิทยาลัยจัดทำรายงานการเงินส่งผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัย ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
วันเริ่มและวันสิ้นปีบัญชีของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

60

ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัย และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของมหาวิทยาลัยทุกรอบปีบัญชี

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

61

ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจการตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามอธิการบดีและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยและเรียกให้ส่งสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย เป็นการเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

62

ให้ผู้สอบบัญชีจัดทำรายงานผลการสอบบัญชีและการเงินเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยเสนอต่อรัฐมนตรี

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

63

ให้มหาวิทยาลัยเผยแพร่รายงานประจำปีของปีที่สิ้นไปนั้น แสดงรายงานการเงินที่ผู้ที่สอบบัญชีรับรองแล้ว พร้อมทั้งแสดงผลงานของมหาวิทยาลัยในปีที่ล่วงมาและแผนงานที่จะจัดทำปีต่อไป

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

64

ให้อธิการบดีและรองอธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

หมวด 5 : การกำกับดูแล

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

65

รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยในมาตรา 7 และให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเป็นการเฉพาะ
            ในกรณีที่มีปัญหาข้อขัดแย้งในการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัยซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม ให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อคณะรัฐมนตรีวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วให้ผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

66

บรรดาเรื่องที่มหาวิทยาลัยจะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

หมวด 6 : ตำแหน่งทางวิชาการ

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

67

คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังต่อไปนี้
(1) ศาสตราจารย์
(2) รองศาสตราจารย์
(3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
(4) อาจารย์
          ศาสตราจารย์นั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย
          สภามหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นได้ โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

68

ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ความสามารถและความชำนาญเป็นพิเศษและพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณในสาขาวิชาที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศได้
          คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

69

ศาสตราจารย์พิเศษนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย
           คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

70

สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ หรือตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
          อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นอาจารย์พิเศษได้โดยคำแนะนำของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา 9 (2) และ (3)
          คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้ง และถอดถอนรองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ หรือตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และอาจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

71

บุคคลซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ หรือได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีสิทธิใช้ตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวเป็นคำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะได้ตลอดไป
           การใช้คำนำหน้านามตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้อักษรย่อดังต่อไปนี้
(1) ศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ ศ.
(2) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ใช้อักษรย่อ ศ. (เกียรติคุณ)
(3) ศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ ศ. (พิเศษ)
(4) รองศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ รศ.
(5) รองศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ รศ. (พิเศษ)
(6) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ ผศ.
(7) ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ ผศ. (พิเศษ)
           การใช้คำนำหน้านามและการใช้อักษรย่อคำนำหน้านามสำหรับตำแหน่งวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
           ในกรณีสภามหาวิทยาลัยอนุมัติการเทียบตำแหน่งศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ อาจเสนอทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ หรือไม่ก็ได้

 แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

หมวด 7 : ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

72

ปริญญามีสามชั้น คือ
ปริญญาเอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ด.
ปริญญาโท เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม.
ปริญญาตรี เรียกว่า บัณฑิต ใช้อักษรย่อ บ.

แสดงความคิดเห็น

73

 มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย และให้หรือร่วมให้ปริญญา อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดในสาขาวิชาที่มีการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง สถาบัน หรือสถาบันวิจัยอื่นในประเทศหรือต่างประเทศหรือขององค์การระหว่างประเทศ
             การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แสดงความคิดเห็น

74

สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับกำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีได้รับเกียรตินิยมได้
            หลักเกณฑ์การให้ปริญญาเกียรตินิยม ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น

75

สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกำหนดให้มีประกาศนียบัตรชั้นต่าง ๆ และอนุปริญญาได้ ดังต่อไปนี้
(1) ประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิต ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งภายหลังที่ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าแล้ว
(2) ประกาศนียบัตรมหาบัณฑิต ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งภายหลังที่ได้รับปริญญาโทหรือเทียบเท่าแล้ว
(3) ประกาศนียบัตรบัณฑิต ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งภายหลังที่ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าแล้ว
(4) อนุปริญญา ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งก่อนถึงขั้นได้รับปริญญาตรี
(5) ประกาศนียบัตรประเภทอื่น ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหรือวิจัยเฉพาะวิชา

แสดงความคิดเห็น

76

มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นว่าทรงคุณวุฒิและคุณธรรมสมควรแก่ปริญญานั้น ๆ แต่จะให้ปริญญาดังกล่าวแก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในขณะดำรงตำแหน่งนั้นมิได้
          ชั้น สาขาของปริญญา และหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น

77

มหาวิทยาลัยกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะหรือเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใด และอาจกำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ครุยประจำตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ครุยประจำตำแหน่งผู้บริหาร หรือครุยประจำตำแหน่งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้
           การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
            ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งจะใช้ในโอกาสใด โดยมีเงื่อนไขอย่างใดให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น

78

มหาวิทยาลัยกำหนดให้มีตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัยได้ โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา
         การใช้ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ตามวรรคหนึ่งเพื่อการค้า หรือการใช้สิ่งดังกล่าวที่มิใช่เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยหรือกิจการของมหาวิทยาลัย ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น

79

มหาวิทยาลัยกำหนดให้มีเครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายของนิสิตและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยได้ โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แสดงความคิดเห็น

หมวด 8 : บทกำหนดโทษ

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

80

ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ เครื่องหมายหรือเครื่องแต่งกายของนิสิตและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย หรือสิ่งใดที่เลียนแบบสิ่งดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใด หรือมีวิทยฐานะหรือมีตำแหน่งเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

81

ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(1) ปลอม หรือทำเลียนแบบซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะทำเป็นสีใดหรือทำด้วยวิธีใด ๆ
(2) ใช้ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัยปลอมหรือทำเลียนแบบซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์
(3) ใช้ หรือทำให้ปรากฏซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ที่วัตถุหรือสินค้าใด ๆ โดยฝ่าฝืนมาตรา 77 วรรคสอง
           ถ้าผู้กระทำผิดตาม (1) เป็นผู้กระทำความผิดตาม (2) ด้วย ให้ลงโทษตาม (2) แต่กระทงเดียวความผิดตาม (3) เป็นความผิดอันยอมความได้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

บทเฉพาะกาล

มาตรา

สาระ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

82

 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ งบประมาณ และรายได้ของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 มาเป็นของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

83

ให้นายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่แล้ว
ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งซึ่งมีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทําหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไปจนกว่าสภามหาวิทยาลัยจะมีมติเป็นอย่างอื่น

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

84

ให้ประธานสภาอาจารย์และกรรมการสภาอาจารย์ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ
ในกรณีที่ตำแหน่งประธานสภาอาจารย์หรือกรรมการสภาอาจารย์ว่างลง และยังมิได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งประธานสภาอาจารย์หรือกรรมการสภาอาจารย์แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ประธานสภาอาจารย์หรือกรรมการสภาอาจารย์เท่าที่มีอยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

85

ให้ส่วนราชการในมหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 และส่วนงานที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและจัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยไปพลางก่อน จนกว่าจะมีประกาศของมหาวิทยาลัยจัดตั้งส่วนงาน ตามมาตรา 9 ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสองปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

86

ให้ผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ
ให้ผู้ดํารงตําแหน่งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีจะพ้นจากตําแหน่ง
ในกรณีที่ผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดี เป็นข้าราชการของมหาวิทยาลัยต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้โดยทําเป็นหนังสือภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อครบกําหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าวไม่แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ให้พ้นจากตําแหน่ง

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

87

ให้ผู้ดํารงตําแหน่งคณบดี ผู้อํานวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ หัวหน้าส่วนงานภายในที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าคณะ หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนงานภายในที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและจัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัย อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ
ให้ผู้ดํารงตําแหน่งรองและผู้ช่วยของผู้ดํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง คงดํารงตําแหน่งต่อไป จนกว่าผู้ดํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตําแหน่ง

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

88

การนับวาระการดํารงตําแหน่งของอธิการบดี คณบดี ผู้อํานวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ หัวหน้าส่วนงานภายในที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าคณะ หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนงานภายในที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและจัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัย อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นับรวมวาระการดํารงตําแหน่งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 เป็นวาระการดํารงตําแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

89

ให้คณะกรรมการประจําคณะ คณะกรรมการประจําบัณฑิตวิทยาลัย คณะกรรมการประจําวิทยาลัย คณะกรรมการประจําสํานัก คณะกรรมการประจําศูนย์ คณะกรรมการประจำส่วนงานภายในที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าคณะ และคณะกรรมการประจําส่วนงานภายในที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและจัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัย และคณะกรรมการอื่นที่ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 และดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทําหน้าที่คณะกรรมการประจําส่วนงานนั้น หรือทําหน้าที่ตามที่ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งหรือเลือกคณะกรรมการขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

90

ให้ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และ อาจารย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ของมหาวิทยาลัย ต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ จนครบกําหนดเวลาที่ได้รับการแต่งตั้ง

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

91

ให้ผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี ผู้อํานวยการกอง เลขานุการคณะ เลขานุการสถาบัน เลขานุการสํานัก และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าหน่วยงานดังกล่าวตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดํารงตําแหน่งต่อไป จนกว่าจะมีการจัดตั้งส่วนงานใหม่ตามมาตรา 10
ให้ข้าราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน ที่ดำรงตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ เชี่ยวชาญ ชำนาญการพิเศษ ชำนาญการ ปฏิบัติการ และตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ หรือตําแหน่งอื่นซึ่งเป็นตําแหน่งเฉพาะตัวสําหรับข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ เชี่ยวชาญ ชำนาญการพิเศษ ชำนาญการ ปฏิบัติการ และตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ หรือตําแหน่งอื่นซึ่งเป็นตําแหน่งเฉพาะตัวสําหรับข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

92

ให้โอนบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่2) พ.ศ.2541 มาเป็นข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ามหาวิทยาลัยเป็นส่วนราชการ และให้ข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ และพนักงานราชการดังกล่าว รับเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นผ่านมหาวิทยาลัย โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนและค่าจ้างประจำ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ
พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างของส่วนราชการ หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการมาใช้บังคับแล้วแต่กรณี
ในกรณีที่นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างของส่วนราชการ หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการมาใช้บังคับ แต่ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้หรือมีกรณีที่ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ด้วยเหตุใด ให้การดำเนินการในส่วนที่ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้หรือในส่วนที่ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

93

ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา 92 ผู้ใด
(1) แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้โดยทําเป็นหนังสือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้มหาวิทยาลัยดําเนินการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยทันที
(2) แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้โดยทําเป็นหนังสือภายหลังกําหนดเวลาตาม (1) แต่ไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อมหาวิทยาลัยได้ประเมินแล้วเห็นว่ามีความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกําหนด ให้มหาวิทยาลัยดําเนินการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องทดลองปฏิบัติงาน
(3) แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้โดยทําเป็นหนังสือภายหลังกําหนดเวลาตาม (2) ถ้ามหาวิทยาลัยเห็นว่าการรับบุคคลนั้นเข้าทํางานจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและมีอัตราที่จะบรรจุทํางานได้ ให้มหาวิทยาลัยดําเนินการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยได้
การแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย และเมื่อได้ยื่นแสดงเจตนาแล้วจะถอนมิได้
ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา ๙๒ ซึ่งมิได้รับการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงสถานะความเป็นข้าราชการหรือ ลูกจ้างของส่วนราชการต่อไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

94

ผู้ซึ่งมหาวิทยาลัยบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ตามมาตรา 86 มาตรา 87 และมาตรา 93 ให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับอยู่ก่อนเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

95

ข้าราชการซึ่งได้รับการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามมาตรา 86 มาตรา 87 และมาตรา 92 ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตําแหน่ง ตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
ลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามมาตรา 92 ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะทางราชการยุบตําแหน่ง และให้มีสิทธิได้รับบําเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบําเหน็จลูกจ้าง
ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการอยู่แล้ว ให้มีสิทธิขอเป็นสมาชิก ต่อไปได้แม้จะออกจากราชการแล้ว ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นข้าราชการบํานาญและมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากทางราชการเช่นเดียวกับผู้ได้รับบํานาญตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะข้าราชการบํานาญแล้ว ให้ได้รับยกเว้น ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะประกันตนด้วยความสมัครใจ
ลูกจ้างประจําของส่วนราชการผู้ใดที่เป็นสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพสําหรับลูกจ้างประจําของส่วนราชการ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว หากได้เข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น ถ้าผู้นั้นได้โอนเงินสะสม เงินสมทบ และเงินผลประโยชน์อื่นที่ได้รับจากกองทุนสํารองเลี้ยงชีพสําหรับลูกจ้างประจําของส่วนราชการ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น ให้นับระยะเวลาการเป็นสมาชิกต่อเนื่องกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

96

สิทธิในการเข้าสู่ตําแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือตําแหน่งอื่นใดของข้าราชการหรือพนักงานที่โอนมาตามมาตรา 92 หรือเปลี่ยนสถานภาพ ตามมาตรา 86 มาตรา 87 และมาตรา 93 และสิทธิในการเลื่อนตําแหน่งของลูกจ้างที่มีอยู่เดิม มิให้เสียไป เพราะเหตุที่โอนมาหรือเปลี่ยนสถานภาพหรือไม่เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

97

ในกรณีที่ตําแหน่งข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการในมหาวิทยาลัยว่างลง ไม่ว่าจะว่างอยู่ก่อนหรือภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยุบเลิกตําแหน่งนั้นและให้โอนอัตราตําแหน่ง และเงินงบประมาณแผ่นดินประจําอัตราที่ได้รับในขณะนั้น รวมตลอดทั้งงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจํา และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งไว้สําหรับตําแหน่งนั้นมาเป็นของมหาวิทยาลัย และให้ถือว่าการโอนงบประมาณดังกล่าวเป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

98

ในระหว่างที่ยังมีข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา 92 ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการดังกล่าวมีส่วนร่วม ในกิจการสภามหาวิทยาลัย สภาอาจารย์มหาวิทยาลัย และสภาพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน โดยเท่าเทียมกับพนักงานมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณีด้วย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

99

ให้ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในระหว่างที่ยังมิได้ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้นําพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 และกฎหมายอื่นที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่มีปัญหาการดำเนินการตามวรรคสอง ให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด
ในกรณีที่การดำเนินการในเรื่องใดตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ ถ้ายังมิได้มีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับระเบียบ หรือประกาศในเรื่องนั้น และไม่อาจนำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับได้ ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติกำหนดการดำเนินการในเรื่องนั้นเพื่อใช้บังคับเป็นการชั่วคราวได้

แสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่